ความสุขไม่ได้เกิดขึ้น...เมื่อเธอแสวงหา
และนี่เป็นความลับที่ยิ่งใหญ่
ความสุขนั้นเป็นสิ่งที่น่าแปลก...
มันจะเกิดขึ้นแก่เธอ
เมื่อเธอไม่แสวงหา...
เมื่อเธอไม่ต้องลงแรง เพื่อให้เกิดความสุข
แต่ความสุขจะเกิดขึ้นอย่างลึกลับ
มันจะเกิดขึ้นจากความบริสุทธิ์...
และความงดงามของชีวิต
จาก "มังกรลั่นกลองรบ" โดย สุวินัย ภรณวลัย
บทเรียนบทสุดท้าย
ภายหลังจากที่สันติชาติได้ผ่านการฝึกฝนอย่างเอาจริงเอาจัง ด้วยความยาก ลำบาก ในที่สุดเขาก็ได้เรียนรู้การฟังเสียงพสุธา การฟังเสียงฟ้า การนั่งวิปัสสนา ครุ่นคำนึงถึงความหมายของการที่มนุษย์เกิดมาในโลกนี้ นอกเหนือไปจากคัมภีร์ต่างๆ ของนิกายรหัสนัยที่อาจารย์เมทัทสุได้ถ่ายทอดอธิบายให้เขาเป็นที่กระจ่างอีกต่างหาก
ในตอนนั้นเขายังมีเวลาเหลืออีกหลายวันที่จะฝึกอยู่กับท่านเมทัทสุ เช้าวัน หนึ่ง อาจารย์เมทัทสุได้เรียกสันติชาติให้มาพบแต่เช้าตรู่เพื่อบอกกับเขาว่า ท่านจะสอน บทเรียนบทสุดท้ายให้กับเขา ถ้าเขาผ่านบทเรียนบทนี้ได้ เขาก็จะกลายเป็น ครูที่แท้ จริงได้
ท่านเมทัทสุได้บอกกับสันติชาติว่า
ผู้ที่เป็นครูที่แท้จริงทุกคนจะต้องฝึกจนบรรลุสภาวะสภาวะหนึ่งอัน เป็นสภาวะที่ศักดิ์สิทธิ์สมบูรณ์ของใจกับกาย แม้ครูผู้นั้นอาจจะยังไม่สามารถครอง สภาวะนั้นได้ตลอดเวลา แต่ตราบใดที่คนผู้นั้นสามารถทำสภาวะเช่นนั้นให้เกิดขึ้น มาได้ ไม่ว่าความคิดชั่วร้ายใดๆ หรือสิ่งชั่วร้ายใดๆ ก็ไม่อาจเข้ามาทำร้ายเขาได้ ซึ่งจะทำให้การฝึกฝนตนเองในชั้นสูงของครูผู้นั้นสามารถรุดหน้าต่อไปได้เรื่อยๆ
...?...
จงจำให้ดีนะสันติชาติ สิ่งที่สำคัญที่สุดในการฝึกฝนตนเองนั้น ผู้ฝึก จะต้องรู้ได้ด้วยตนเอง จะต้องรู้แจ้งด้วยตนเอง ครูเป็นแค่ผู้ชี้ทางให้เท่านั้น สภาวะ ที่ว่านี้เพื่อบรรลุการกลายเป็นครูที่แท้จริงของวิชาวัชรเซนก็เช่นกัน มันเป็นทั้งเคล็ดลับ และเป็นทั้งปริศนาที่เธอจะต้องขบมันให้แตกด้วยตนเอง เราเพียงจะบอกใบ้ให้แก่เธอ เพียงเท่านี้ว่า สภาวะที่ว่านั้น ถ้าจะให้บรรยายออกมาเป็นคำพูด ก็คือ สภาพที่เหมือน กับ การที่ทำให้ร่างของเธอเป็นดุจน้ำที่ใส่ในเหยือกจนเต็มเปี่ยมนั่นเอง
...?...
เราจะขยายความให้อีกนิดก็ได้ว่า ในช่วงระหว่างลมหายใจเข้าออกนั้น ถ้าเธอสามารถควบคุมลมหายใจของเธอในช่วงระหว่างนั้น ให้เป็นดุจเหยือกที่บรรจุ น้ำจนเต็มภาชนะได้อย่างเป็นจังหวะควบคู่ไปกับการหายใจได้เธอก็จะบรรลุสภาวะที่ว่า นั้นได้
ปริศนาธรรมที่ได้รับมาจากอาจารย์ต้องนำมาขบคิดเอง และพยายามหา คำตอบให้ได้ด้วย ญาณ ที่ผุดวาดขึ้นมาจากการฝึกสมาธิ นี่คือ กฎเหล็กข้อหนึ่งของ วิชาวัชรเซน ทั้งนี้เพราะว่า น้ำตาลนั้นมีรสหวาน สิ่งนี้เป็นข้อเท็จจริงที่คนส่วนใหญ่ก็รู้ กันทั้งนั้น แต่สำหรับคนที่ไม่เคยลิ้มรสชาติของน้ำตาลมาก่อน เขาจะแทบไม่มีทางเข้าใจ ความหวานของน้ำตาลจากคำพูดหรือคำอธิบายได้เลย
เพราะการรับรู้ ความหวาน ของน้ำตาลเช่นนี้ เป็นเรื่องของประสบการณ์ จากการปฏิบัติของแต่ละคนที่ไม่สามารถทดแทนให้กันได้ แต่ละคนจะต้องลิ้มรสเอาเอง เพราะ ภาษา คำพูด ล้วนมีข้อจำกัดในตัวของมันเอง ในการถ่ายทอดสิ่งเหล่านี้
และถ้าหากในระหว่างคนที่ได้เคยลิ้มรส ความหวาน ของน้ำตาลมาแล้ว เหมือนๆ กัน การณ์ก็ปรากฏว่า คำอธิบายต่างๆ เกี่ยวกับ ความหวาน ของน้ำตาล ล้วนเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นอีกต่อไปแล้ว ฉันใดก็ฉันนั้น สภาวะที่ว่านั้นอันเป็นปริศนาธรรม ที่ท่านเมทัทสุให้แก่สันติชาติ ก็เป็นสิ่งที่เขาต้องนำมาขบคิดเอง ทำความเข้าใจด้วยตน เอง สัมผัสมันด้วยตนเอง
สันติชาติกลับมานั่งสมาธิในลำธารที่มีน้ำเย็นเฉียบจนถึงระดับเอวอีกครั้ง หนึ่ง เขาคิดเอาเองว่า วิชาขั้นสูงจริงๆ นั้นที่แท้ก็อยู่ในวิชาพื้นฐานขั้นต้นนั่นเอง เหมือนอย่างเช่น การฝึกวิชาฝีมือ ต่อให้หัดกระบวนการท่าที่แปรเปลี่ยนมากมายขนาด ไหน สุดท้ายท่าที่สำคัญที่สุด ที่ผู้ฝึกวิชาฝีมือฝึกหัดมากที่สุด มิใช่ท่าปล่อยหมัดตรงๆ เพียงหมัดเดียวดอกหรือ? เพราะฉะนั้น สันติชาติจึงกลับมาหัดในสิ่งที่ท่านเมทัทสุได้ ถ่ายทอดให้เขาเป็นอย่างแรกอีกครั้งหนึ่ง
กระแสน้ำเย็นของลำธารที่ไหลเอื่อยๆ ผ่านร่างของสันติชาติที่นั่งแช่อยู่บน ก้อนหินใต้น้ำครึ่งลำตัว ความเย็นของน้ำทำให้กล้ามเนื้อท่อนล่างของเขาบีบกระชับ รัดตัว แต่ใจของสันติชาติยังสงบนิ่งไม่หวั่นไหวเลย แม้แต่น้อยนิด
เมื่อเวลาผ่านไปชั่วครู่ใหญ่ สันติชาติจึงได้ยินเสียงคนคนหนึ่งกำลังเดิน อยู่ในลำธารช้าๆ อยู่ทางเบื้องหลังของเขาและกำลังมุ่งตรงมาที่ที่เขากำลังนั่งสมาธิอยู่ แม้หูของสันติชาติจะได้ยินฝีเท้าของอาจารย์ของเขาอย่างชัดเจนก็ตาม แต่ใจเขาก็สัก แต่เพียงแค่รับรู้เท่านั้น มิได้เกิดคลื่นไหวใดๆ ขึ้นภายในหัวใจของเขาแต่อย่างใด
เธอนั่งได้นิ่งดีมากแล้วนะสันติชาติ เสียงอาจารย์เมทัทสุแว่วมาจากทาง ด้านหลัง
นี่เป็นครั้งแรกที่ท่านเมทัทสุเอ่ยปากชมเขาออกมาตรงๆ เท่าที่ผ่านมาท่าน เพียงแต่เฝ้ามองสังเกตการฝึกฝนปฏิบัติของลูกศิษย์คนนี้ของท่านเป็นส่วนใหญ่เท่านั้น สันติชาติรู้สึกปลื้มใจที่ได้รับคำชมจากอาจารย์ เขาคิดอยู่ในใจว่า สภาวะเช่นนั้นที่ อาจารย์บอกเขาคงอยู่ไม่ไกลเท่าไหร่แล้ว ครั้นพอสันติชาติได้ฝึกนั่งในลำธารจนครบ ตามกำหนดเวลาฝึกหัด และลุกขึ้นยืนเดินจากลำธารจะไปหาอาจารย์ของเขา ทันใด ท่านอาจารย์ก็ส่งเสียงดุเขาขึ้นมาทันทีว่า
ใช้ไม่ได้ เธอไม่ได้ทรงสภาวะเช่นนั้นอีกต่อไปแล้ว!
สันติชาติรู้สึกงุนงนอย่างยิ่ง ก็เมื่อสักครู่นี้ตอนที่เขากำลังฝึกนั่งอยู่ในลำธาร อาจารย์ก็เพิ่งชมเขาอยู่หยกๆ ว่า เขานั่งได้ดีมาก แต่พอมาในตอนนี้ อาจารย์กลับ บอกว่า เขาใช้ไม่ได้แล้ว ไม่ทราบว่าเป็นเพราะอะไรกันแน่ ทั้งๆ ที่ตัวเขาเองก็ไม่คิดว่า ตัวเองจะต่างไปจากสภาพที่อยู่ในลำธารเมื่อครู่สักเท่าใดนัก
วันต่อมา และก็วันต่อมาอีก ท่านอาจารย์เมทัทสุก็เอ่ยปากชมสันติชาติ ทุกครั้งในตอนที่เขากำลังฝึกนั่งอยู่ในลำธาร และท่านก็เอ่ยปากดุเขาทุกครั้งในตอนที่เขา ลุกขึ้นยืนและเดินออกมาจากลำธาร นี่ก็เหลือเวลาอีกเพียง 3 วันเท่านั้น ที่สันติชาติจะ ต้องเดินทางกลับประเทศไทยแล้ว อาจารย์เมทัทสุได้แต่ส่ายหน้า สายตาของท่านส่อ แววผิดหวังอย่างที่สันติชาติแลเห็นได้อย่างชัดเจน
สันติชาติทุรนทุรายอย่างหนัก เขาพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะ ตอบสนองความคาดหวังที่อาจารย์มีต่อตัวเขา อาจารย์ได้บอกกับเขาว่า ใช้ไม่ได้ทุกครั้ง ที่เขาลุกขึ้นยืนและเดินออกจากลำธาร และอาจารย์ก็เอ่ยปากชมเขาทุกครั้งในขณะที่เขา กำลังนั่งอยู่ในลำธาร เพราะฉะนั้นทำไมเราไม่ลองรักษาสภาพที่ใกล้เคียงกับท่านั่งให้ มากที่สุดในขณะที่ลุกออกจากลำธารไปคารวะอาจารย์ของเราเล่า
เมื่อคิดได้เช่นนั้น สันติชาติจึงประคองใจและกายของเขาในขณะที่กำลัง ฝึกนั่งอยู่ในลำธาร ตรงเข้าไปหาอาจารย์ของเขาทันที แล้วหมอบกราบแทบเท้าท่านด้วย จิตใจที่คารวะสูงสุด
เก่งมากสันติชาติ ในที่สุดเธอก็สามารถบรรลุสภาวะเช่นนั้นได้แล้ว
ท่านอาจารย์เมทัทสุกล่าว แล้วตรงเข้าไปสวมกอดสันติชาติด้วยความปลาบ ปลื้ม นัยน์ตาของสันติชาติแดงก่ำด้วยความซาบซึ้งในพระคุณของอาจารย์ ที่ถ่ายทอด วิชาให้กับเขาโดยไม่หวังสิ่งใดๆ ตอบแทน
อาจารย์เมทัทสุกล่าวด้วยความยินดีว่า
เธอจำสภาวะที่เธอบรรลุเมื่อครู่ให้ดีนะสันติชาติ เพราะสภาวะเช่นนั้น แหละที่จะทำให้ ใจของเธอไม่หวั่นไหว ได้
สภาวะเช่นนั้น ต่อมาสันติชาติได้อธิบายให้แก่ลูกศิษย์ของเขาฟังว่า คือ สภาวะที่เมื่อตัวเรารู้สึกว่าได้รับแรงกระทบจิตใจจากภายนอก เราจะใช้การปิดจุดล่าง สุดของลำตัว และการคุมลมปราณให้อยู่ที่จุดตันเถียนมาผนวกกับการผ่อนคลาย หน้าอกและหัวไหล่
โดยทำควบคู่กันไปพร้อมๆ กันทั้ง 3 อย่างนี้ ในระหว่างการกลั้นลมหายใจ ชั่วครู่ระหว่างการหายใจเข้า และการหายใจออก เพื่อควบคุมกายและใจของเราให้อยู่ ในสภาพที่เหมือนเหยือกที่บรรจุน้ำจนเต็มเปี่ยมภาชนะ อันเป็นสภาวะของพระอจลนาถ หรือจิตของพระผุ้ไม่หวั่นไหว (ฟุโดเมียวโอ) นั่นเอง
ก่อนที่จะอำลาจากกัน อาจารย์เมทัทสุได้กล่าวกับสันติชาติว่า
ศิษย์รัก ภายหลังจากที่เธอได้บรรลุสภาวะเช่นนั้นด้วยตัวของเธอเอง ได้แล้ว เธอย่อมสามารถบินเดี่ยวได้ เธอย่อมพร้อมที่จะไปฝึกวิชาชั้นสูงของศาสตร์ ทางตะวันออกใดๆ ได้อย่างไม่มีภัยอันตรายอีกต่อไปแล้ว และต่อไปถ้าเธอเดือดร้อน หรือเจออุปสรรคใดๆ ในชีวิตข้างหน้าของเธอ ก็ขอให้เธอจงรู้ไว้ด้วยเถอะนะว่า ตัวเธอ อีกคนหนึ่ง ภายในตัวเธอจะทำหน้าที่เข้าแก้ไขปัญหาทั้งหลายให้แก่ตัวเธอแทนอาจารย์ ของเธอ เพราะตัวเธออีกคนหนึ่งหรืออาตมันภายในตัวเธอจะเป็นเพื่อนที่ดีของเธอ และเป็นครูที่ดีของเธอให้กับตัวของเธอเอง
ครับอาจารย์ สันติชาติรับคำ เสียงของเขาสั่นเครือ ดวงตาทั้งสองข้างมี สายน้ำตาแห่งความปลื้มปิติไหลอาบใบหน้า เขารู้สึกว่าตนเองได้กลายเป็นสันติชาติ คนใหม่ ความคิดและมุมมองที่มีต่อโลกก็ล้วนแปรเปลี่ยนไป พระคุณอันยิ่งใหญ่ ของท่านอาจารย์เมทัทสุนี้เขาจะจดจำไว้ในความทรงจำของเขาไปชั่วชีวิต
อาจารย์เมทัทสุกล่าวอำลาเป็นประโยคสุดท้ายแก่ศิษย์รักผู้มาจากประเทศ ไทยคนนี้ว่า
ณ บัดนี้ตัวเรา เมทัทสุ (ผู้บรรลุความสว่าง) ขอตั้งชื่อทางธรรมให้แก่ ตัวเธอ ผู้กำเนิดขึ้นมาเป็นคนใหม่ว่า โฮริว (มังกรธรรม หรือ ฝ่าหลง ในภาษาจีน กลาง) เธอไปได้แล้วละ สันติชาติ ไปทำหน้าที่ของเธอให้ดีที่สุด และอาจารย์หวังว่า เธอจะใช้ความสามารถและศักยภาพที่เธอมีอยู่ ไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่เพื่อร่วม ชาติของเธอ เพื่อให้พวกเขาแลเห็นทางออกที่เป็น ทางสว่าง ในการใช้ชีวิตท่ามกลาง กลียุค ที่กำลังจะมาเยือนอยู่นี้
และถ้าเป็นไปได้ อาจารย์ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า เธอจะสามารถบูรณาการ หรือสังเคราะห์เหล่าวิชาทั้งหลายที่เธอได้ร่ำเรียนมาให้เป็นหนึ่งเดียว เพื่อใช้มันเป็น ซอฟแวร์ในการเปลี่ยนแปลงมนุษย์ด้วยตัวของเขาเองได้
ประสบการณ์ที่สันติชาติได้รับจากท่านเมทัทสุในครั้งนี้ ได้เปลี่ยนแปลงชีวิต ของเขาไปอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งนำไปสู่วิถีทางแห่งการเป็น ยอดคน
จบภาค ยอดคนวิถีเซน
- hi ! : Guest ?
- เจ้าของ blog :
wit00000
- วันที่สร้าง : 2007-08-24
- จำนวนผู้ชม : 11301
- จำนวนผู้โหวต : 37
| << | มีนาคม 2010 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | |
| 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 |
| 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 |
| 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 |
| 28 | 29 | 30 | 31 | |||
- บทเรียนบทสุดท้าย (หนังสือยอดคนวิถีเซน)
- เสียงฟ้า เสียงพสุธา
- บาดแผล (หนังสือยอดคนวิถีเซน)
- น้ำในเหยือก
- คัมภีร์วัชรเซน (หนังสือยอดคนวิถีเซน)
- หลักปฏิบัติของฆราวาสในยุคนี้ (หนังสือยอดคนวิถีเซน)
- อนุสัย (หนังสือยอดคนวิถีเซน)
- การเปลี่ยนแปลงกรรม (หนังสือยอดคนวิถีเซน)
- ยุคอภิมหาโกลาหล (หนังสือยอดคนวิถีเซน)
- บุรุษผู้ท้าทายชะตากรรม (หนังสือยอดคนวิถีเซน)
- บุญคุณ (หนังสือยอดคนวิถีเซน)
- วัฒนธรรมใหม่ (หนังสือยอดคนวิถีเซน)
- มนุษยสัมพันธ์ (หนังสือยอดคนวิถีเซน)
- ในกระแสแห่งพลัง (หนังสือยอดคนวิถีเซน)
- การชำระอดีต (หนังสือยอดคนวิถีเซน)
- ประสบการณ์เร้นลับ (หนังสือยอดคนวิถีเซน)
- การแย่งชิง (หนังสือยอดคนวิถีเซน)
- พลัง (หนังสือยอดคนวิถีเซน)
- ประวัติศาสตร์ (หนังสือยอดคนวิถีเซน)
- คำทำนายโบราณ (หนังสือยอดคนวิถีเซน)
- ต้นไม้พันปี (หนังสือยอดคนวิถีเซน)
- ดอกผลของฤดูร้อน (หนังสือยอดคนวิถีเซน)
- บทนำ (หนังสือยอดคนวิถีเซน)
- คำนำ (หนังสือยอดคนวิถีเซน)
- คำนิยม (หนังสือยอดคนวิถีเซน)


